เปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยหนังสือ “คิดแบบยิว ทำแบบญี่ปุ่น”

คิดแบบยิว ทำแบบญี่ปุ่น

ในปัจจุบันโลกของเรามีการเปลี่ยนแลงในเรื่องต่างๆ ไปมากมาย ส่วนหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือเรื่องของการใช้ชีวิต คนเรามีรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิมค่อนข้างมาก และสิ่งที่ทำให้กลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเรื่องต่างๆ ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ก็คือเรื่องของ “เงิน” ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าในยุคสมัยนี้เรื่องของเงินกลายเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตของคนเราไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ล้วนต้องใช้เงินเป็นสิ่งหลักในการทำสิ่งต่างๆ ทว่าเคยคิดกันหรือไม่แม้ปากจะบอกว่าอยากรวยแต่ลึกๆ แล้วอาจไมได้อยากรวยจริงๆ ก็ได้ แต่อาจแค่อยากทำให้รู้สึกตัวเองมีกินมีใช้ไม่เดือดร้อนคนอื่นก็เท่านั้น หากลองนั่งนึกดีๆ บางทีความคิดนี้อาจกำลังเกิดขึ้นกับตัวคุณอยู่ก็ได้ ลองเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยหนังสือ “คิดแบบยิว ทำแบบญี่ปุ่น” เชื่อว่าหากหลายๆ คนได้ลองพิจารณาดีๆ แล้วอาจรู้สึกว่าเงินไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิตก็เป็นได้ บางคนอาจไม่อยากร่ำรวยโดยไม่รู้ตัวเพราะหลายคนมีประสบการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องของเงิน การเห็นพ่อแม่ ญาติพี่น้องต้องทะเลาะกัน ฆ่ากัน เพราะเรื่องเงิน การตัดขาดความเป็นพี่น้องกันก็เพราะเรื่องเงิน แถมเชื่อเหลือเกินว่าคนทุกคนต้องเคยโดนสั่งโดนสอนกันว่าเงินนั้นเป็นสิ่งหายาก กว่าจะได้เงินมาใช้จ่ายแสนลำบากเหลือเกิน คือพอฟังดูแล้วมันกลายเป็นว่าทำไมเงินเหมือนสิ่งที่ไม่ดี ทั้งๆ ที่มันควรจะต้องบอกว่าเงินคือสิ่งที่ดีที่ทำให้เรามีชีวิตสุขสบายหรือเปล่า? ดังนั้นคนที่ถูกปลูกฝังทัศนคติเกี่ยวกับเงินในด้านบวกจึงมีไม่ค่อยมากนัก ดังนั้นคนกลุ่มใหญ่ที่ถูกปลูกฝังว่าเงินคือสิ่งไม่ดีพอเติบโตขึ้นมาก็มักมีปัญหาในเรื่องของเงินนั่นเอง หากใครได้มีโอกาสอ่านหนังสือ “คิดแบบยิว ทำแบบญี่ปุ่น” ความคิดเกี่ยวกับเรื่องเงินของคุณอาจเปลี่ยนแปลงไปอีกรูปแบบหนึ่งเลยก็ได้ นี่คือหนังสือที่ถูกเขียนขึ้นโดย ฮอนดะ เคน ผู้บริหารที่เคยทำงานให้กับบริษัทหลายๆ แห่งพร้อมทั้งยังเป็นผู้ที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำธุรกิจต่อผู้อื่นมากมายเพื่อให้คนเหล่านั้นประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ เขาได้มีการเล่าถึงตัวเองสมัยหนุ่มที่มีโอกาสได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการสร้างธุรกิจและการเป็นเศรษฐีของชายชาวยิงคนหนึ่งที่สามารถสร้างฐานะตัวเองจนมั่งคั่ง หนังสือเล่มนี้ใช้คำพูดที่สบายๆ อ่านแล้วได้มุมมองของเรื่องเงินและการทำธุรกิจแบบใหม่ๆ ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง อ่านแล้วเพลินเหมือนกับว่ากำลังมีครูมาสอนการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จด้วยแนวคิดที่แปลกไปจากเดิมอะไรทำนองนี้เลย

ทำชีวิตให้ดีขึ้นตามแนวทางของหนังสือ “อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป”

อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป

การจะมีชีวิตที่ดีของคนเราไม่ได้หมายความว่าสิ่งต่างๆ รอบตัวเราจะต้องเป็นเจ้าของเสมอไป เพราะนั่นไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงของการใช้ชีวิต ยิ่งเรามีสิ่งของต้องรับผิดชอบมากเท่าไหร่นั่นก็ยิ่งเป็นการเพิ่มภาระให้กับชีวิตมากขึ้นเท่านั้น ถามว่าจริงหรือไม่? มันก็คงเป็นเรื่องจริงที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ ยกตัวอย่างง่ายๆ คนมีรถ 1 คัน กับคนมีรถ 5 คัน คนหลังย่อมดูหรูกว่า ดูแล้วน่าจะมีความสุขมากกว่า แต่เปล่าเลย เขาต้องคอยเป็นพะวงว่ารถทั้ง 5 คันจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ แต่คนมีรถแค่คันเดียวเขาก็มีความสุขที่ไม่ต้องกังวลให้มันมากจนกินไป และยิ่งหากคุณได้อ่านหนังสืออย่าง “อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป” คุณก็จะยิ่งเข้าใจว่าการใช้ชีวิตให้มีความสุขและดีมากขึ้นต้องทำอย่างไร “อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป” จะช่วยทำให้ชีวิตของทุกคนดีขึ้น ขอออกตัวก่อนว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะกับคนที่เรียกตัวเองว่า มินิมอลลิสต์ ทำนองว่าไม่ค่อยสนใจโลก เน้นความเรียบง่ายของการใช้ชีวิตเป็นหลัก เป็นหนังสือประเภท How To ที่กำลังบ่งบอกผู้อื่นว่าความสุขของคนเราเกิดจากการมีข้าวของเพียงไม่กี่ชิ้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยผลักดันให้ชีวิตของเราดีขึ้นมากกว่าเดิม เราสามารถมีความสุขได้ด้วยการมีข้าวของแค่ไม่กี่อย่าง เป็นหนังสือที่มีการแบ่งปันความคิดมาจากผู้เขียนที่เคยมีชีวิตอันแสนยุ่งยาก รกรุงรังมาก่อน เป็นประสบการณ์ที่เชื่อว่าคนทุกคนต้องเคยเจอเป็นเรื่องธรรมดา แต่เมื่อวันหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงตัวเองจากความเชื่อที่ว่า หากเราลดปริมาณข้าวของที่ไม่จำเป็นออกไปเพื่อรักษาสิ่งที่สำคัญเอาไว้จะทำให้ชีวิตมีความสุขมากยิ่งขึ้น เป็นการตอบข้อสงสัยของคำถามที่มีแก่นว่า อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดกับชีวิตของเรากันแน่ หนังสือเล่มนี้จะบอกให้เราได้รู้ว่าความสุขที่แท้จริงไมได้อยู่ที่สิ่งของ ให้เรานั้นลองอยู่กับปัจจุบันโดยที่ไม่ต้องมีการเผื่อเหลือเผื่อขาดจนกลายเป็นความเคยชินเหมาะมากกับคนที่ตอนนี้บ้านกำลังรกได้ที่ อยากมองหาสิ่งที่ไม่จำเป็นทิ้งออกไปบ้าง การอ่านหนังสือเล่มนี้เมื่ออ่านจบรับรองว่าคุณเดินหยิบไปทิ้งมันมือแน่ๆ ให้ความสำคัญกับชีวิตตัวเองคือสิ่งที่หนังสือเล่มนี้อยากจะบอกมากกว่าการให้ความสำคัญต่อสิ่งของรอบกาย เราเพียงแค่มีสิ่งของบางอย่างที่จำเป็นต่อชีวิตก็เพียงพอที่จะทำให้ชีวิตสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีความสุขโดยที่ไม่ต้องเดือดร้อนใคร จิตใจไม่ว้าวุ่นและสร้างชีวิตในแบบของตัวเองได้อย่างเข้าใจความเป็นคน